บทสวดมนต์-คาถาบูชา

คาถาชินบัญชร

การทำบุญใส่บาตร

คำถวายทานต่างๆ

คำบูชาต่างๆ

คำอาราธนาต่างๆ

 

กลับขึ้นด้านบน

พระคาถาชินบัญชร 

เพื่อให้เกิดอานุภาพยิ่งขึ้น ก่อนเจริญภาวนาชินบัญชรตั้ง นะโม ๓ จบก่อน

แล้วระลึกถึงสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)

ปุตตะกาโม ละเภ ปุตตัง ธะนะกาโม ละเภ ธะนัง

อัตถิ กาเย กายะญายะ เทวานัง ปิยะตัง สุตตะวา

อิติปิโสภะคะวา ยะมะราชาโน ท้าวเวสสุวัณโณ

มรณังสุขัง อะระหัง สุคะโต นะโมพุทธายะ.

๑.ชะยาสะนาคะตา พุทธา เชตะวา มารัง สะวาหะนัง

จะตุสัจจาสะภัง ระสัง เย ปิวิงสุ นะราสะภา.

๒.ตัณหังกะราทะโย พุทธา อัฏฐะวีสะติ นายะกา

สัพเพ ปะติฏฐิตา มัยหัง มัตถะเก เต มุนิสสะรา.

๓.สีเส ปะติฏฐิโต มัยหัง พุทโธ ธัมโม ทวิโลจะเน

สังโฆ ปะติฏฐิโต มัยหัง อุเร สัพพะคุณากะโร.

๔.หะทะเย เม อะนุรุทโธ สารีปุตโต จะ ทักขิเณ

โกณฑัญโญ ปิฏฐิภาคัสมิง โมคคัลลาโน จะ วามะเก.

๕.ทักขิเณ สะวะเน มัยหัง อาสุง อานันทะราหุโล

กัสสะโป จะ มะหานาโม อุภาสุง วามะโสตะเก.

๖.เกสันเต ปิฏฐิภาคัสมิง สุริโย วะ ปะภังกะโร

นิสสินโน สิริสัมปันโน โสภิโต มุนิปุงคะโว

๗.กุมาระกัสสะโป เถโร มะเหสี จิตตะวาทะโก

โส มัยหัง วะทะเน นิจจัง ปะติฏฐาสิ คุณากะโร.

๘.ปุณโณ อังคุลิมาโล จะ อุปาลี นันทะสีวะลี

เถรา ปัญจะ อิเม ชาตา นะลาเฏ ติละกา มะมะ.

๙.เสสาสีติ มะหาเถรา วิชิตา ชินะสาวะกา

เอเตสีติ มะหาเถรา ชิตะวันโต ชิโนระสา

ชะลันตา สีละเตเชนะ อังคะมังเคสุ สัณฐิตา.

๑๐.ระตะนัง ปุระโต อาสิ วาเม อังคุลิมาละกัง

ธะชัคคัง ปัจฉะโต อาสิ วาเม อังคุลิมาละกัง.

๑๑.ขันธะโมระปะริตตัญจะ อาฏานาฏิยะสุตตะกัง

อากาเส ฉะทะนัง อาสิ เสสา ปาการะสัณฐิตา.

๑๒.ชินะ นานาวะระสังยุตตา สัตตะปาการะลังกะตา

วาตะปิตตาทิสัญชาตา พาหิรัชฌัตตุปัททะวา.

๑๓.อะเสสา วินะยัง ยันตุ อะนันตะชินะเตชะสา

วะสะโต เม สะกิจเจนะ สะทา สัมพุทธะปัญชะเร.

๑๔.ชินะปัญชะระมัชฌัมหิ วิหะรันตัง มะหีตะเล

สะทา ปาเลนตุ มัง สัพเพ เต มะหาปุริสาสะภา.

๑๕.อิจเจวะมันโต สุคุตโต สุรักโข ชินานุภาเวนะ ชิตุปัททะโว

ธัมมานุภาเวนะ ชิตาริสังโฆ สังฆานุภาเวนะ

สัทธัมมานุภาวะปาลิโต จะรามิ ชิตันตะราโยชินะปัญชะเรติ.

 

 

 

คำแปลพระคาถาชินบัญชร             /กลับขึ้นด้านบน

๑.พระพุทธเจ้าและพระนราสภาทั้งหลาย ผู้ประทับนั่งแล้ว บนชัยบัลลังก์ ทรงพิชิตพระยารามาธิราชผู้พรั่งพร้อมด้วยเสนาราชพาหนะแล้วเสวยอมตรสคือ อริยสัจธรรมทั้งสี่ประการ เป็นผู้นำสรรพสัตว์ให้ข้ามพ้นจากกิเลสและกองทุกข์
๒.มี ๒๘ พระองค์ คือ พระผู้ทรงพระนามว่า ตัณหังกร เป็นอาทิพระพุทธเจ้าผู้จอมมุนีทั้งหมดนั้น
๓.ข้าพระพุทธเจ้าขออัญเชิญมาประดิษฐานเหนือเศียรเกล้า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประดิษฐานอยู่บนศีรษะ พระธรรม อยู่ที่ดวงตาทั้งสอง พระสงฆ์ผู้เป็นอากรบ่อเกิดแห่งสรรพคุณอยู่ที่อก
๔.พระอนุรุทธะอยู่ที่ใจ พระสารีบุตรอยู่เบื้องขวา พระโมคคัลลาน์อยู่เบื้องซ้าย พระอัญญาโกณฑัญญะอยู่เบื้องหลัง
๕.พระอานนท์กับพระราหุลอยู่หูขวา พระกัสสปะกับ พระมหานามะอยู่ที่หูซ้าย
๖.มุนีผู้ประเสริฐ คือ พระโสภิตะผู้สมบูรณ์ด้วยสิริดังพระอาทิตย์ส่องแสง อยู่ทุกเส้นขน ตลอดร่างทั้งข้างหน้าและข้างหลัง
๗.พระเถระ กุมาระกัสสปะผู้แสวงบุญทรงคุณอันวิเศษ มีวาทะอันวิจิตรไพเราะอยู่ปากเป็นประจำ
๘.พระปุณณะ พระอังคุลิมาล พระอุบาลี พระนันทะ และพระสีวะลี พระเถระทั้ง ๕ นี้ จงปรากฎเกิดเป็นกระแจะเจิมที่หน้าผาก
๙.ส่วนพระอสีติมหาเถระที่เหลือผู้มีชัยและเป็นพระโอรสเป็นพระสาวกของพระพุทธเจ้าผู้ทรงชัยแต่ละองค์ล้วนรุ่งเรืองไพโรจน์ ด้วยเดชแห่งศีลให้ดำรงอยู่ทั่วอวัยวะน้อยใหญ่
๑๐.พระรัตนสูตรอยู่เบื้องหน้า พระเมตตาสูตรอยู่เบื้องขวา พระอังคุลิมาลปริตรอยู่เบื้องซ้าย พระธชัคคสูตรอยู่เบื้องหลัง
๑๑.พระขันธปริตร พระโมรปริตร และพระอาฏานาฏิยะสูตรเป็นเครื่องกางกั้นดุจหลังคาอยู่บนนภากาศ
๑๒.อนึ่งพระชินเจ้าทั้งหลายนอกจากที่ได้กล่าวมาแล้วนี้ผู้ประกอบพร้อมด้วยกำลังนานาชนิดมีศีลาทิคุณอันมั่นคง คือ สัตตะปราการเป็นอาภรณ์มาตั้งล้อมเป็นกำแพงคุ้มครองเจ็ดชั้น
๑๓ด้วยเดชานุภาพแห่งพระอนันตชินเจ้า ไม่ว่าจะทำกิจการใดๆเมื่อข้าพระพุทธเจ้าเข้าอาศัยอยู่ในพระบัญชรแวดวงกรงล้อมแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ขอโรคอุปัทวทุกข์ ทั้งภายนอกและภายในอันเกิดแต่โรคร้าย คือ โรคลมและโรคดีเป็นต้นต้น เป็นสมุฏฐาน จงกำจัดให้พินาศไปอย่าได้เหลือ
๑๔.ขอพระมหาบุรุษ ผู้ทรงพระคุณอันล้ำเลิศทั้งปวงนั้น จงอภิบาลข้าพระพุทธเจ้า ผู้อยู่ในภาคพื้น ท่ามกลางพระชินบัญชร ข้าพระพุทธเจ้าได้รับการคุ้มครองปกปักรักษาภายในเป็นอันดี ฉะนี้แล
๑๕.ข้าพระพุทธเจ้าได้รับการอภิบาลด้วยคุณานุภาพแห่งสัทธรรมจึงชนะเสียได้ซึ่งอุปัทวอันตรายใดๆ ด้วยอานุภาพแห่งพระชินะพุทธเจ้าชนะข้าศึกศัตรูด้วยอานุภาพแห่งพระธรรม ชนะอันตรายทั้งปวงด้วยอานุภาพแห่งพระสงฆ์ ขอข้าพระพุทธเจ้าจงได้ปฏิบัติและรักษาดำเนินไปโดยสวัสดีเป็นนิจนิรันดรเทอญฯ

 

 

 

อานุภาพแห่งพระคาถา             /กลับขึ้นด้านบน

ผู้ใดได้สวดภาวนาพระคาถาชินบัญชรนี้เป็นประจำอยู่สม่ำเสมอจะทำให้เกิดความเป็นสิริมงคลสมบูรณ์พูลผล ศัตรูหมู่พาลไม่กล้ากล้ำกลาย ไปทางใดย่อมเกิดเมตตามหานิยม เกิดลาภผลพูนทวีขจัดภัยจากภูติผีปีศาจตลอดจนคุณไสยต่างๆ ทำน้ำมนต์รดแก้วิกลจริตแก้สรรพโรคภัยหายสิ้น เป็นสิริมงคลแก่ชีวิต มีคุณานุภาพตามปารถนา ดังคำโบราณว่า "ฝอยท่วมหลังช้าง" จะเดินทางไปที่ใดๆสวด ๑๐ จบแล้วอธิฐานจะสำเร็จสมดังใจ

 

 

 

อานิสงส์ชินบัญชร             /กลับขึ้นด้านบน

พระคาถาชินบัญชรนี้เป็นคาถาศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก ตกทอดมาจากลังกา เจ้าประคุณสมเด็จฯ ค้นพบในคัมภีร์โบราณได้ดัดแปลงแต่งเติมแก้ไขให้ดีขึ้นเป็นเอกลักษณ์พิเศษ ได้เนื้อถ้อยกระทงความสมบูรณ์แปลออกมาแล้วมีแต่สิ่งสิริมงคลแก่ผู้สวดภาวนาทุกประการ พระคาถานี้เป็นการอัญเชิญพระพุทธานุภาพแห่งพระบรมศาสดาสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระพุทธเจ้าที่ได้เคยตรัสรู้มาก่อนหน้านั้นจากนั้นเป็นการอัญเชิญพระอรหันตขีณาสพ อันสำเร็จคุณธรรมวิเศษ แต่ละองค์ไม่เหมือนกัน นอกนั้นยังอัญเชิญพระสูตรต่างๆ อันโบราณาจารย์เจ้าถือว่าคุ้มกัน ตั้งแต่กระหม่อมจอมขวัญ ของผู้ภาวนาพระคาถาลงมาจนล้อมรอบตัว จนกระทั่งหาช่องว่างให้อันตรายสอดแทรกเข้ามามิได้

 

 

 

การทำบุญใส่บาตร             /กลับขึ้นด้านบน

ผู้ที่เป็นชาวพุทธทั้งหลายควรหมั่นทำบุญใส่บาตรเป็นประจำเพื่อสร้างกุศลผลบุญไว้ให้แก่ตนเอง อีกทั้งัยงให้จิตใจผ่องใส เบิกบานและที่สำคัญเป็นการส่งเสริมให้พุทธศาสนาได้มีผู้สืบทอดหลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์สืบต่อไป

 

 

 

คำอธิฐานก่อนใส่บาตร             /กลับขึ้นด้านบน

ควรสำรวมจอตใจให้สงบ แล้วตั้งจิตอธิฐานตามนี้ สาธุ ข้าวของข้าพเจ้า ขาวดังดอกบัว ยกขึ้นเหนือหัว ถวายแก่พระสงฆ์ ตรงไปนิพพาน ขอให้พบดวงแก้ว ขอให้แคล้วบ่วงมาร ขอให้พบพระเมตไตย ขอให้ไกลจากมาร นิพพานปัจจะโน โหตุ สาธุ สาธุ

 

 

 

คำอธิฐานเวลาทำบุญ             /กลับขึ้นด้านบน

สุทินนัง วะตะ เมทานัง อาสะวักขะยาวหัง โหตุ

ทานของข้าพเจ้าให้ดีแล้ว ขอจงเป็นเครื่องนำมาซึ่งความสิ้นไปแห่ง อาสวะกิเลส ด้วยเทอญ

 

 

 

คำอธิฐานเวลาทำบุญด้วยเงิน             /กลับขึ้นด้านบน

สาธุ เงินทองของข้าพเจ้า ได้มาด้วยความบริสุทธิ์ ขอบูชาพระพุทธ ขอบูชาพระธรรม ขอบูชาพระสงฆ์ จิตใจจำนง ตรงต่อพระนิพพาน ขอให้พบดวงแก้ว ขอให้แคล้วบ่วงมาร ขอให้พบพระเมตไตย ขอให้ไกลจากมาร สาธุ

 

 

 

 

คำถวายทานต่างๆ             /กลับขึ้นด้านบน

คำถวายสังฆทานทั่วไป

อิมานิ มะยัง ภันเต ภัตตานิ สะปะริวารานิ ภิกขุสังฆัสสะ อโณชะยามะ สาธุ โน ภันเต ภิกขุสังโฆ

อิมานิ ภัตตานิ สะปะริวารานิ ปะฏิคคัณหาตุ อัมหากัง ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะ

ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอน้อมถวายภัตตาหารกับทั้งบริวารทั้งหลายเหล่านี้ แด่พระภิกษุสงฆ์ จงรับภัตตาหาร กับทั้งบริวาร ทั้งหลายเหล่านี้เพื่อประโยชน์และความสุขแก่ข้าพเจ้าทั้งหลายตลอดกาลนานเทอญ

 

 

คำถวายข้าวพระพุทธ             /กลับขึ้นด้านบน

อิมัง สูปะพยัญชนะสัมปันนัง สาลีนัง โภชนานัง อุทะกังวะรัง พุทธัสสะ ปูเชมิ

 

 

 

คำลาข้าวพระพุทธ             /กลับขึ้นด้านบน

เสสัง มังคะลา ยาจามิ

 

 

 

คำถวายข้าวสงฆ์             /กลับขึ้นด้านบน

อิมัสมิง ฐาเนเยวะ อิมานิ ภัตตานิ สะสูปพยัญชะนะ สัมปันนานิ สะปานะกานิ เภสัชชานิ พุทธธัปปะมุขัสสะ เทมะฯ

 

 

 

คำถวายผ้าป่า             /กลับขึ้นด้านบน

อิมานิ มะยัง ภันเต ปังสุกูละจิวะรานิ สะปะริวารานิ ภิกขุสังฆัสสะ โอโณชะยามะ สาธุ โน ภันเต ภิกขุสังโฆ อิมานิ ปังสุกูละ จิวะรานิ สะปะริวารานิ ปะฏิคัณหาตุ อัมหากัง ทีฆะรัตตัง หิตายะฯ

 

 

 

คำถวายข้าวสาร             /กลับขึ้นด้านบน

อิมานิ มะยัง ภันเต ตัณทุลานิ สะปะริวารานิ ภิกขุสังฆัสสะ โอโณชะยามะ สาธุ โน ภันเต ภิกขุสังโฆ อิมานิ ตัณทุลานิ สะปะริวารานิ ปะฏิคัณหาตุ อัมหากัง ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะฯ

 

 

 

คำถวายไตรจีวร              /กลับขึ้นด้านบน

อิมานิ มะยัง ภันเต ติจีวะรานิ สะปะริวารานิ ภิกขุสังฆัสสะ โอโณชะยามะ สาธุ โน ภันเต ภิกขุสังโฆ อิมานิ ติจีวะรานิ สะปะริวารานิ ปะฏิคัณหาตุ อัมหากัง ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะฯ

 

 

 

 

คำถวายผ้าอาบน้ำฝน             /กลับขึ้นด้านบน

อิมานิ มะยัง ภันเต วัสสิกะสาฏิกะจีวะรานิ สะปะริวารานิ ภิกขุสังฆัสสะ โอโณชะยามะ สาธุ โน ภันเต ภิกขุสังโฆ อิมานิ วัสสิกะสาฏิกะจีวะรานิ ปะฏิคัณหาตุ อัมหากัง ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะฯ

 

 

 

คำถวายสลากภัตต์             /กลับขึ้นด้านบน

เอตานิ มะยัง ภันเต ภัตตานิ สะปะริวารานิ อะสุกัฏฐะปิตานิ ภิกขุสังฆัสสะ โอโณชะยามะ สาธุ โน ภันเต ภิกขุสังโฆ เอตานิ ภัตตานิ สะปะริวารานิ ปะฏิคัณหาตุ อัมหากัง ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะฯ

 

 

 

คำถวายผ้ากฐิน             /กลับขึ้นด้านบน

แบบกฐินหลวงถวายพระวัดมหานิกายฯ

อิมัง สะปะริวารัง กะฐินะจีวะระทุสสัง สังฆัสสะ โอโณชะยามะฯ ว่า ๓ หน

แบบกฐินหลวงถวายพระวัดธรรมยุติ

อิมัง สะปะริวารัง กะฐินะทุสสังสังฆัสสะ โอโณชะยามะ สาธุ โน ภันเต สังโฆ อิมัง สะปะริวารัง กะฐะทุสสัง ปะฏิคัณหาตุ อัมหากัง ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะฯ

 

 

 

บทกรวดน้ำ อิมินา (บทใหญ่)             /กลับขึ้นด้านบน

อิมินา ปุญญะกัมเม อุปัชฌายา คุณุตตะรา อาจะริยูปะการา จะ ทาตาปิตา จะ ญาตะกา ปิยามะมัง สุริโย จันทิมาราชา คุณะวันตา นะราปิ จะ พรัมมะมารา จะ อินทา จะ โลกะปาลา จะ เทวะตา ยะโม มิตตา มนุสสา จะ มัชฌะตา เวริกาปิ จะ สัพเพ สัตตา สุขี โหนตุ ปุญญานิ ปะกะตานิเม สุขัง จะ ติวิธัง เทนตุ ขิปปัง ปาเปละโว มะตังฯ

อิมินา ปุญญะกัมเมนะ อิมินา อุททิสเสนะ จะ ขิปาหัง สุละเภ เจวะ ตันหุปาทาณะเฉทะนัง เย สันตาเน หินาธัมมา ยาวะ นิพพานนะโต มะมังนัสสันตุ สัพพะทา เยวะ ยัตถะ ขาโต ภะเว ภะเว อุชุจิตตัง สะติปัญญา สัลเลโข วิริยัมหินา มารา ระภันตุ โนกาลัง กาตุญจะ วิริเยสุเม พุทธาทิปะวะโร นาโถ ธัมโม นาโถ วะรุตตะโม นาโถ ปัตเจกะพุทโธ จะ สังโฆ จะ สังโฆ นาโถตตะโร มะมัง เอ โสตตะมานุภาเวนะ มาโรกาลัง ละพันตุมาฯ

 

 

 

คำกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศล (แบบย่อ)             /กลับขึ้นด้านบน

อิทัง เม ญาตินัง โหตุ สุขิตา โหนตุ ญาตะโญ

ขอส่วนบุญนี้สำเร็จแก่ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้า ขอญาติทั้งหลายของข้าพเจ้า จงมีความสุข

 

 

 

คำถวายเครื่องสังเวยพระภูมิเจ้าที่             /กลับขึ้นด้านบน

อิมัง สูปะพยัญชะนะ สัมปันนัง สะอุทะกังวะรัง ภุมมัสสะ เทมิฯ

 

 

 

คำลาเครื่องสังเวยพระภูมิเจ้าที่             /กลับขึ้นด้านบน

เสสัง มังคะลา ยาจามิ

 

 

 

คำบูชาต่างๆ   

 

จุดธูปเทียนบูชาพระ             /กลับขึ้นด้านบน

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (ว่า ๓ จบ)

อิมินา สักกาเรนะ ตัง พุทธัง อะภิปูชะยามิ

อิมินา สักกาเรนะ ตัง ธัมมัง อะภิปูชะยามิ

อิมินา สักกาเรนะ ตัง สังฆัง อะภิปูชะยามิ

อะระหัง สัมมา สัมพุธโธ ภะคะวา พุธธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ (กราบ)

สวากขาโต ภะะวะตา ธัมโม ธัมมัง นะมัสสามิ (กราบ)

สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สังฆัง นะมามิ (กราบ)

 

 

 

คำบูชาด้วยดอกไม้ธูปเทียน             /กลับขึ้นด้านบน

(ว่านะโม ๓ จบ) อิมัง ทีปะธูปะปุบผะวะรานิ รัตตะนัตตะยัสเสวะ อะภิปูเซมิ อัมหากัง รัตตะนัตตะยัสสะ ปูชา ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขาวะหา

 

 

 

คำบูชารอยพระพุทธบาท             /กลับขึ้นด้านบน

อิมานิ ปะทีเปนะ อะสุกะนัมมะทายะ นะทิยา ปุริเน ฐิตัง มุนิโน ปาทะวะรัญชัง อะภิปูเชมิฯ

 

 

 

คำบูชาหลวงพ่อโอภาสี             /กลับขึ้นด้านบน

อิติคะโต อะระหัง พุทโธ นะโม พุทธายะ ปะถะหวี คงคา พระภูมมะ ขะมามิหัง

 

 

 

คำบูชาพระสังกัจจายน์             /กลับขึ้นด้านบน

(ว่านะโม ๓ จบ) กะจายะโน จะมะหาเถโร ยักขาเทวานะระปูชิโต สระโหปัจะ ยาทิมหิ มะหาลาภัง ภะวันตุ เต

 

 

 

คำบูชาพระประจำวันเกิด (แบบย่อ)             /กลับขึ้นด้านบน

วันอาทิตย์ พระปางถวายเนตร

(ว่านะโม ๓ จบ) ติวาคะภะโธพุทนังสา (สวด ๖ จบ)

วันจันทร์ พระปางห้ามญาิต

(ว่านะโม ๓ จบ) นุสมะวะเทถาสัตถิระ (สวด ๑๕ จบ)

วันอังคาร พระปางไสยาสน์

(ว่านะโม ๓ จบ) สามะทัมสะริปุโรตะ (สวด ๘ จบ)

วันพุธ (กลางวัน) พระปางอุ้มบาตร

(ว่านะโม ๓ จบ) นุตอะทูวิกะโลโตคะ (สวด ๑๗ จบ)

วันพุธ (กลางคืน) พระปางป่าเลย์ไลย์

(ว่านะโม ๓ จบ) อะวิชสุนุตสานุสติ (สวด ๑๒ จบ)

วันพฤหัสบดี พระปางสมาธิ

(ว่านะโม ๓ จบ) สุโนปันสัมณะระจะชา (สวด ๑๙ จบ)

วันศุกร์ พระปางรำพึง

(ว่านะโม ๓ จบ) วิชโธพุทสัมมาสัมหังระ (สวด ๒๑ จบ)

วันเสาร์ พระปางนาคปรก

(ว่านะโม ๓ จบ) อะวะคะภะโสปิติอิ (สวด ๑๐ จบ)

 

 

 

คำบูชาพระภูมิเจ้าที่             /กลับขึ้นด้านบน

นะโมเม ชะยะ อุตตะมะลาภัง สักการะ วันทะนัง สาธุ สาธุ

 

 

คำบูชาแม่โพสพ             /กลับขึ้นด้านบน

โพสะพะโภชะนัง อุตตะมะลาภัง มัยหัง โหตุ

 

 

คาถาแม่นางกวัก             /กลับขึ้นด้านบน

ทุสะนิมะ ธะมังโภคัง โอมระรวยมะหาระรวย โอมมะหา สิทธิโชค สหวาหะ

 

 

 

คาถาปลุกเสกพระเครื่อง             /กลับขึ้นด้านบน

นะมะพะทะ นะโมพุทธายะ โสทายะ

 

 

คาถาปลุกเรียกกุมารทองฯ รักยม             /กลับขึ้นด้านบน

กุมารัง นะกุมารีนัง อุติอุนิ นะอังอิติ พุทโธฯ

 

 

 

คำบูชาตะกรุด             /กลับขึ้นด้านบน

พุทธังมะอะอุ ธัมมังอุอะมะ สังฆังอุอะอุ

 

 

 

 

คำบูชาปลาตะเพียน             /กลับขึ้นด้านบน

พะกะกะพะ นาติคะมะ นะมะตะติฯ

 

 

 

 

เสกสีผึ้งทาปาก             /กลับขึ้นด้านบน

ริติริต พุทโธ กะรุณามะหาจิตตัง เมตตา พุทโธฯ

 

 

 

คาถาบูชาพระปิยมหาราช             /กลับขึ้นด้านบน

พระสยามมินโท วะโธ อิติ พุทธะ สัง มิ อิติ อะระหัง สะหัสสะกายัง วะรัง พุทโธ นะโม พุทธายะฯ

 

 

 

คาถาขุนแผน             /กลับขึ้นด้านบน

โอมสิทธิศรีศรี ราศีกูงามคือท้องฟ้า

นะมะพะทะ หน้ากูงามคือพระแมน

นะมะพะทะ แขนกูงามคือพระนารายณ์

นะมะพะทะ ฉายกูงามคือพระอาทิตย์

นะมะพะทะ ฤทธิ์กูงามคือพระจันทร์

นะมะพะทะ สาวในเมืองสวรรค์เห็นหน้ากูอยู่มิได้

นะมะพะทะ กูจะรำลึกถึงต้นไม้ก็มางวยงง

นะมะพะทะ กูจะรำลึกถึงพญาหงส์ ก็มาลืมถ้ำพระคูหา

นะมะพะทะ กูจะรำลึกถึงพญาปลาอยู่ในน้ำก็มาลืมแม่พระคงคา

นะมะพะทะ กูจะรำลึกถึงมหาเสนา ก็มาลืมที่นอน

นะมะพะทะ กูจะรำลึกถึงไก่อ่อน ก็ลืมแม่แล่นตาม

นะมะพะทะ กูจะรำลึกถึงช้างพลายก็ลืมไพร

นะมะพะทะ กูจะรำลึกถึงสาวใช้ก็ลืมแม่

นะมะพะทะ กูจะรำลึกถึงสาวแก่ ก็มาหลงไหล

นะมะพะทะ กูจะรำลึกถึงเจ้าไท ก็มาลืมสวดมนต์

นะมะพะทะ กูจะรำลึกถึงฝูงชนก็มารักกูทุกถ้วนหน้า

นะมะพะทะ กูจะรำลึกทุกชั้นฟ้าและเทวดาทุกวิมาน

นะมะพะทะ โอมสิทธิสวาหะฯ

 

 

คำอาราธนาต่างๆ             /กลับขึ้นด้านบน

อาราธนาศีลห้า (ว่านะโม ๓ จบ)             /กลับขึ้นด้านบน

มะยัง ภันเต วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ ติสะระเณนะ สะหะปัญจะ สีลานิ ยาจามะ ทุติยัมปิ มะยัง ภันเต วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ ติสาระเณนะ สะห ปัญจะ สีลานิยาจามะ ตะติยัมปิ มะยัง ภันเต วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ ติสะระเณนะ สะหะ ปัญจะ สีลานิยาจามะ

 

 

 

คำอาราธนาพระธรรม (พระเทศน์)             /กลับขึ้นด้านบน

พรัม มาจะโลกาธีปะตี สะหัมปะติ กัตอัญชะลี อันธิวะรัง อายะจะถะ สันตีธะ สัตตาปปะระชักขะชาติกา เทเสตุ ธัมมัง อะนุกัมปิมังปะชัง

 

 

อาราธนาพาหุง             /กลับขึ้นด้านบน

อัมหากัง ชะยะมังคะลัตถายะ พุทธะชินะคาถัง สัชฌาเยถะโน โอกาสะ อาราธะนัง กะโรมะ

 

 

 

อาราธนาพระปริตร             /กลับขึ้นด้านบน

วิปัตติปะฏิพาหายะ สัพพะสัมปัตติสิทธิยา สัพพะทุกขะ วินาสายะ ปะริตตัง พรูถะ มังคะลัง

วิปัตติปะฏิพาหายะ สัพพะสัมปัตติสิทธิยา สัพพะทุกขะ วินาสายะ ปะริตตัง พรูถะ มังคะลัง

วิปัตติปะฏิพาหายะ สัพพะสัมปัตติสิทธิยา สัพพะทุกขะ วินาสายะ ปะริตตัง พรูถะ มังคะลัง

 

 

 

อาราธนาเชิญพระขึ้นแท่น             /กลับขึ้นด้านบน

อุกาสะ ภันเต ภะคะวา อัมเหหิ คันโธทะเกหิ นามาสักการะภูเตหิ สักกัตตะวา ครุกัตตะวา อะภิสิญจิโต อิทานิ ภะคะวันตัง ระตะนัตตะยะ สังขาตัง ปัลลังกัง อารุยหิตัง อาราธะนัง กะโรมะ

 

 

 

คำขอขมาพระรัตนตรัย              /กลับขึ้นด้านบน


นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุท ธัสสะฯ
( ว่า ๓ จบ )

สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต
อุกาสะ ทวารัตตะเยนะ กะตัง
สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต
อุกาสะ ขะมามิ ภันเต ฯ
( ถ้าหลายคนว่า.... ขะมะตุ โน ภันเต, ฯลฯ,....
ขะมะตุ โน ภันเต, อุกาสะ ขะมามิ ภันเต ฯ )

หากข้าพระพุทธเจ้า ได้เคยประมาทพลาดพลั้งล่วงเกินต่อพระรัตนตรัย อันมีพระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ พระธรรม และพระอริยสงฆ์ทั้งหลาย ในชาติก่อนก็ดี ชาตินี้ก็ดี ด้วยทางกาย หรือทางวาจาก็ดี และด้วยเจตนา หรือไม่มีเจตนาก็ดี รู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็ดี ขอองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ พระธรรม พระอริยสงฆ์ทั้งหลาย และผู้มีพระคุณทุกท่าน ได้โปรดอดโทษให้แก่ข้าพระพุทธเจ้า ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ตราบเท่าเข้าสู่นิพพานด้วยเทอญ


คัดจากหนังสือสวดมนต์ วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี

 

 

การถวายดอกไม้ธูปเทียน              /กลับขึ้นด้านบน

ตามปกติการสวดมนต์ของพุทธศาสนิกชนทั่วไปนั้น ส่วนมากมักจะมีดอกไม้ธูปเทียนเป็นเครื่องสักการบูชา ฉะนั้นกิจเบื้องต้นที่จะกระทำก่อนการสวดมนต์ก็คือ จัดการธูปเทียนเสียก่อน สำหรับธูปนั้นมักจะนิยมใช้จุดครั้งละ 5 ดอก เมื่อได้จุดธูปเทียนเสียก่อนและจัดวางดอกไม้ในที่ที่เหมาะสมแล้วพึงนั่งในท่าพนมมือหรือท่าคุกเข่ากล่าวคำถวายเครื่องสักการบูชาเสียก่อนด้วยคาถาดังนี้

นโม ตัสส ภครโต อรหโต สัมมาสัมพุท์ธัสส ฯ ว่า 3 จบ
อัคีธูป พหุ ปุบ์ผัง อหัง สิเน ทัต์วา อสีติ กัปปโกฏิโย อภิรูป มหาปัญโญ ธาเรน์โต ปิฏกัตตยัง นิพ์พานัง ปรมังสูญ์ญัง นิพ์พานัง ปรมัง สุขันติ

คาถาถวายดอกไม้ธูปเทียนนี้ มีใช้เป็นหลายแบบด้วยกัน จะเปลี่ยนเป็นใช้แบบไหนก็ได้ตามแต่ถนัด หรือจะใช้แบบง่ายๆ ก็ใช้กันทั่วๆ ไปดังนี้ก็ได้


อิมินา สักกาเรนะ พุธ์ธัง อภิปูชยามิ
อิมินา สักกาเรนะ ธัมมัง อภิปูชยามิ
อิมินา สักกาเรนะ สังฆัง อภิปูชยามิ

ต่อจากนั้นก็ให้กล่าวคาถาบูชาพระรัตนตรัยต่อไป คือ


พุท์ธปูชา มหาเตชวันโต
ธัมมปูชา มหาปัญญวันโต
สังฆปูชา มหาโภควโห ติโลกนาถัง อภิปูชยามิ

เมื่อกล่าวคำถวายดอกไม้ธูปเทียนแล้ว ก็ให้กราบลงสามหน จากนั้นก็ให้ว่าคาถาชุมนุมเทวดา ซึ่งเป็นสิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์สถิตอยู่ในสากลโลกนี้ในเรื่องเทวดานี้แม้ในทางพระพุทธศาสนาก็ยังยอมรับว่าเป็นสิ่งที่มีจริงบรรดาท่านผู้ทรงคุณความรืทั้งหลาย เช่นพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ พระองค์ท่านก็ทรงยอมรับว่าในเรื่องของเทวานุภาพนั้นเป็นของที่มีจริงแน่นอน คาถาชุมนุมเทวานั้น ว่าดังนี้


สัคเค กาเม จ รูเป คิริสิขรตเฏ จันตลิก์เข วิมาเน ทีเป รัฏเฐ จ คาเม ตรุวนคหเน เคหวัตถุม์หิ เขต์ เต ภูม์เม จายันตุ เทวา ชลถลวิสเม ยักขคันธัพพนาคา ติฏ์ฐันตา สันติเก ยัง มุนิวรวจนัง สาธโวเม สุณันตุ
ธัมมนัสสวนกาโล อยัมภทันตา ธัมมัสสวนกาโล อยัมภทันตา ธัมมัสสวนกาโล อยัมภทันตา

การกล่าวคาถาชุมนุมเทพยดานี้ก็เพื่อที่จะให้มาร่วมชุมนุมฟังการสวดมนต์ของเราและอำนวยความสวัสดีให้

ระยะที่ 1

จากนั้นพึงนั่งกระโหย่งเท้าประณมมือ ตั้งใจยึดถือเอกพระรัตนตรัยเป็นสรณ ไม่ถือสิ่งอื่นยิ่งไปกว่าจนตลอดชีวิตแล้วว่าพระไตรสรณคม คือ


พุท์ธังสรณังคัจฉามิ ธัมมังสรณังคัจฉามิ สังฆังสรณังคัจฉามิ ทุติยัมปิพุท์ธังสรณังคัจฉามิ ทุติยัมปิธัมมังสรณังคัจฉามิ ทุติยัมปิสังฆังสรณังคัจฉามิ ตติยัมปิพุท์ธังสรณังคัจฉามิ ตติยัมปิธัมมังสรณังคัจฉามิ ตติยัมปิสังฆังสรณังคัจฉามิ


เมื่อจบพระไตรสรณคมแล้วพึงสวดคาถาพระพุทธคุณต่อไป คือ


อิติปิโสภควา อรหังสัมมาสัมพุท์โธ วิช์ชาจรณสัมปันโน สุคโตโลกวิทู อนุต์ตโร ปุริสทัมมสารถิ สัตถา เทวมนุส์สานัง พุท์โธภควาติ


เมื่อสวดพระพุทธคุณจบแล้วให้เหนี่ยวโน้มใจระลึกถึงพระปัญญาคุณ พระวิสุทธิคุณ และพระกรุณาคุณของพระพุทธเจ้าจนเห็นแจ่มแจ้งชัดดังที่ระลึกนั้น แล้วจึงว่า


พุท์ธัง ภควันตัง อภิวาเทมิ
เสร็จแล้วกราบลงหนนึง


ระยะที่ 2

ระยะที่ 2 ให้เงยหน้าขึ้นนั่งตรงในท่าเดิมว่าคาถาพระธัมคุณ คือ


สวาก์ขาโต ภควตาธัมโม สันทิฏ์ฐิโกอกาลิโก เอหิปัสสิโก โอปนยิโก ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญ์ญูหีติ


แล้วพึงให้เหนี่ยวโน้มใจให้ระลึกถึงคุณพระปริยัติธรรม พระปฏิบัติธรรม พระปฏิเวธธรรม จนเห็นแน่ชัด
ตามที่ระลึกนั้น จากนั้นพึงให้ว่า


ธัมมัง นสัสสามิ
เสร็จแล้วกราบลงหนนึง


ระยะที่ 3

ระยะที่ 3 เงยหน้านั่งตรงในท่าเดิม ว่าคาถาพระสังฆคุณ คือ


สุปฏิปันโน ภควโต สาวกสังโฆ อุชุปฏิปันโน ภควโต สาวกสังโฆ ญายปฏิปันโน ภควโต สาวกสังโฆ สามีจิปฏิปันโน ภควโต สาวกสังโฆ ยทิทัง จุตตาริ ปุริสยุคานิ อัฏฐปุริสปุคคลา เอสภควโต สาวกสังโฆ อาหุเนย์โย ปาหุเนย์โย ทักขิเนย์โย อัญชลีกรณีโย อนุต์ตรัง ปุญญักเขต์ตัง โลกัสสาติ


แล้วพึงให้เหนี่ยวโน้มระลึกถึงพระสังฆคุณ คือความปฏิบัติดี ปฏิบัติตรง ปฏิบัติถูก ปฏิบัติควร ของพระอริยสงฆ์ จนเห็นแจ่มแจ้งชัดแล้วตามที่ระลึกนั้น จากนั้นพึงให้ว่า


สังฆัง นมามิ
เสร็จแล้วกราบลงหนนึง


ระยะที่ 4

ระยะที่ 4 พึงให้นั่งพับเพียบประณมมือ ระลึกถึงคุณบิดาและมารดาที่มีต่อเรา ตั้งแต่ปฏิสนธิในครรภ์ตลอดจนกระทั่งการที่ตนได้มานั่งอยู่ ณ ที่นี้ ให้เห็นแจ่มแจ้งชัดตามที่ได้ระลึกมานั้น แล้วกราบลงหนนึง


ระยะที่ 5

ระยะที่ 5 นึกถึงผู้มีพระคุณแก่ตน มีครูบาอุปัชฌาย์อาจารย์ เป็นต้น จนเห็นแจ่มแจ้งชัดแล้วกราบลง รวมเป็น 5 ระยะด้วยกัน ตามที่กล่าวมานี้เป็นกิจเบื้องต้นของการสวดมนต์ ต่อจากนี้จะมีคาถาบทหนึ่งบทใดภาวนาก็ให้พึงว่าในระยะต่อไปนี้
เมื่อได้เจริญบริกรรมไปจนสิ้นสุดแล้ว จึงลดมือลง แล้วให้ทำอารมณ์ตามหลักสมถกัมมัฏฐาน พอเป็นนิสัยไว้บ้าง คือตั้งใจพิจารณาสังขารของตนและของผู้อื่น ว่าจะต้องแก่ จะหลบหนีความแก่ไปไม่พ้น จะต้องเจ็บจะหลบหนีความเจ็บไปไม่พ้น จะต้องตาย จะหลบหนีความตายไปไม่พ้น เป็นอนิจจัง ไม่เที่ยงไม่คงทนไม่ยั่งยืน มีความทรุดโทรมแปรปรวนแล้วก็แตกสลายไปในที่สุด เมื่อได้พิจารณาแล้ว ก็พึงให้ตั้งเมตตาจิตแผ่เมตตาไปให้โดยทั่วถึงกัน ทั้งมนุษย์และสัตว์ทั้งปวงว่าจงเป็นสุขๆ อย่ามีเวรและภัยเบียดเบียนกันเลย รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ทั้งปวงเถิด
การสวดมนต์ที่กระทำเป็น 5 ระยะนี้ สำหรับอาการกิริยาที่จะนั่งทำนั้นพึงทำตามความสะดวกและถนัดก็ได้ แต่ให้ทำเป็นระยะๆ ตามที่กล่าวนั้น และถ้าหากเป็นกรณีรีบด่วนพึงกระทำแต่เพียงจิตใจก็ได้ นับว่าเป็นการเพียงพอแล้ว

จาก หนังสือคู่มือพระคณจารย์ โดยพระครูวินัยธร – อิฏฐ์ ภททจาโร วัดจุฬามณี


คาถาบูชาพระพุทธชินราช              /กลับขึ้นด้านบน


นะ ชาลิติประสิทธิ ลาภา ปะสันนะ นะ จิตตา สะทา โหติ ปิยัง มะมะ สัพเพ ชะนา พะ ชะนา สัพเพ ทิสา สะมาขะตา กะลาโภชะนา วิกาละโภชะนา อาคัจฉันติ